การบริหารจัดการคลังความรู้ (Knowledge Storage Management)

1445839859การบริหารจัดการคลังความรู้ (Knowledge Storage Management) ถือเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เนื่องจากเป็น output ที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรมและเห็นได้ชัดเจนประการหนึ่ง ที่เกิดจากการดำเนินการจัดการความรู้ขององค์กร แต่กว่าจะสร้างคลังความรู้ (Knowledge Storage) ที่มีประสิทธิผลและสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ก็ต้องลงทุนลงแรงไม่น้อยเลยเหมือนกัน

องค์ประกอบที่สำคัญของการบริหารคลังความรู้ (Knowledge Storage Management) สามารถจำแนกออกมาได้หลักๆ เป็น 3 ประการ ได้แก่

1) เนื้อหาความรู้ที่สำคัญ (Knowledge Content) ที่มาจากคนที่มีทักษะ/ความเชี่ยวชาญขององค์กร ซึ่งในระบบการจัดการความรู้ จะสนใจจัดเก็บองค์ความรู้ที่เป็น Tacit Knowledge (ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน) ค่อนข้างมากกว่าองค์ความรู้ประเภทอื่น และแน่นอนว่า การสกัดความรู้จากผู้รู้/ผู้เชี่ยวชาญออกมานั้น ก็ไม่ง่าย และต้องใช้ศาสตร์และศิลป์หลายๆอย่างประกอบกันมากมาย เพราะเนื้อหาความรู้ที่สำคัญ ก็มาจากคนที่มีความรู้ทักษะความเชี่ยวชาญขององค์กรนั่นเอง

2) แหล่งเก็บเนื้อหาความรู้ (Knowledge Storage) – เมื่อมีเนื้อหาความรู้ (Knowledge Content) เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่สำคัญประการต่อมา คือ ทำอย่างไร จะจัดเก็บเนื้อหาองค์ความรู้เหล่านั้น ให้อยู่กับองค์กร และมีการนำองค์ความรู้เหล่านั้นไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากกขึ้น ซึ่งแหล่งจัดเก็บองค์ความรู้ในองค์กรก็สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมกับบริบทองค์กร โดยอาจจัดเก็บในรูปแบบของ Hard Copy คือจัดเก็บเป็นเอกสาร คู่มือ หรือสื่อ (media) รูปแบบอื่นที่เหมาะสมกับการใช้งานในองค์กร หรือ อีกแนวทางหนึ่งที่นิยมกันมากคือ การจัดเก็บในรูปแบบของ Electronic file มีการนำโปรแกรม (Software) การจัดเก็บองค์ความรู้ (Knowledge Content) เข้ามาประยุกต์ใช้ในการจัดการฐานข้อมูลหรือคลังความรู้ขององค์กร ซึ่งปัจจุบันมี Software ที่ช่วยในการบริหารคลังความรู้มากมายทั้งที่เป็น commercial และ open source software แล้วแต่องค์กรจะเลือกใช้แบบใด

3) กิจกรรมกระตุ้นให้คนเข้ามาใช้และนำความรู้เข้ามาจัดเก็บในแหล่งความรู้ขององค์กร – หากมองผิวเผินเราอาจเข้าใจว่า การสกัดความรู้ที่สำคัญ (Knowledge Content) ออกมาจากคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญขององค์กร มาจัดเก็บในคลังความรู้ (Knowledge Storage) ขององค์กรได้ก็เป็นอันจบขั้นตอนการจัดการความรู้แล้ว แต่แท้จริงแล้วนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบการจัดการความรู้เท่านั้น องค์ความรู้ที่ถูกจัดเก็บอย่างดีไว้ในคลังความรู้ขององค์กร หากไม่มีใครเอาความรู้เหล่านั้นไปใช้ ไม่มีใครเข้ามา update และปรับปรุงเนื้อหาองค์ความรู้ที่จัดเก็บไว้เลย ความรู้ที่มีก็อาจล้าสมัยไม่ทันเหตุการณ์ ไม่มีการพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุด องค์กรจึงต้องพิจารณาทำกิจกรรมกระตุ้นให้คลังความรู้มีชีวิต ทั้งการผลักดันให้คนนำความรู้ไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ และการสนับสนุนให้คนเข้ามา update และปรับปรุงเนื้อหาความรู้ที่มีการจัดเก็บให้เป็นปัจจุบัน

หากทำได้ครบทั้ง 3 ประการ และทำอย่างต่อเนื่อง ผู้เขียนเชื่อว่า คลังความรู้ขององค์กรท่าน จะเป็นคลังความรู้ ที่มีประโยชน์มาก และสามารถเพิ่มพูนองค์ความรู้ให้คนขององค์กรท่านได้อย่างแท้จริง และมันจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของการนำองค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ในที่สุด

————————————————————————————————————————————-
ผู้เขียน : สุประภาดา โชติมณี
Knowledge Management Consultant
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
suprapada@ftpi.or.th

Posted in Knowledge Management, Knowledge Organization, Knowledge Storage | Tagged , | 1 Comment

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!

Posted in Uncategorized | 1 Comment